เปิดตัว OPPO Reno 9 Pro+ จอกว้าง 6.7 นิ้ว ชิปเซ็ต Snapdragon 8+ Gen 1 มีกล้องกันสั่น OIS

OPPO Reno 9 Pro+

OPPO Reno 9 Pro+ มาพร้อมหน้าจอแสดงผล AMOLED กว้าง 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ (2412×1080 พิกเซล) อัตรา Refresh Rate สูงสุด 120Hz ใช้ดีไซน์รอยแหว่งแบบจอเจาะรู ในนั้นมีกล้องหน้า ความละเอียด 32MP โดยหน้าจอเป็นหน้าจอโค้ง และรองรับการสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอ

กล้องหลังเป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ โดยติดตั้งมาด้วยกัน 3 เลนส์ ประกอบไปด้วยกล้องหลัก ความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.8 เป็นเลนส์แบบ 6P สนับสนุนออโต้โฟกัส และระบบกันสั่น OIS ต่อมาเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8MP เปิดมุมกว้างได้ 120 องศา และกล้อง Macro ความละเอียด 2MP ถ่ายระยะใกล้ได้ 4 เซนติเมตร

ภายในของ OPPO Reno 9 Pro+ จะขับเคลื่อนด้วย Qualcomm Snapdragon 8+ Gen 1 และยังทำงานร่วมกับชิป MariSilicon X NPU ช่วยในเรื่องของระบบ AI ทำให้การทำงานมีความฉลาดโดยเฉพาะการใช้งานกล้องถ่ายรูป ที่ช่วยให้ภาพมีความสวยงามขึ้น นอกจากนี้ยังมีแบตเตอรี่ 4,700mAh สนับสนุนการชาร์จเร็ว 80W ผ่านพอร์ต USB Type-C

สเปคของ OPPO Reno 9 Pro+

ขนาดตัวเครื่อง : 161.5×73.6×7.99 มิลลิเมตร

น้ำหนัก : 192 กรัม

หน้าจอแสดงผล : AMOLED กว้าง 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตรา Refresh Rate สูงสุด 120Hz

ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 8+ Gen 1

RAM : 16GB LPDDR5

ROM : 256 / 512GB แบบ UFS 3.1

ระบบปฏิบัติการ : ColorOS 13 บนพื้นฐาน Android 13

กล้องหลัง 3 ตัว พร้อมไฟแฟลช

– กล้องหลัก ความละเอียด 50MP รูรับแสง f/1.8 กันสั่น OIS

– กล้อง Ultra-Wide ความละเอียด 8MP รูรับแสง f/2.2

– กล้อง Macro ความละเอียด 2MP รูรับแสง f/2.4

กล้องหน้า ความละเอียด 32MP รูรับแสง f/2.4

เครือข่าย : 5G/ 4G LTE / 3G / 2G สนับสนุน Nano SIM

การเชื่อมต่อ : Wi-Fi 6, Bluetooth 5.2, Dual GPS, พอร์ต USB Type-C

ระบบเสียง : ลำโพงคู่ Stereo

แบตเตอรี่ : 4,700mAh สนับสนุนการชาร์จผ่านสาย 80W และไร้สาย 50WOPPO Reno 9 Pro+ มีการเปิดตัวที่ประเทศจีนด้วยกัน 3 สีคือ สีดำ, สีเขียวมินท์ และสีทอง พร้อมกับราคาเริ่มต้น 3,999 หยวน หรือประมาณ 20,000 บาท ในรุ่น RAM 16GB + ROM 256G อย่างไรก็ตามยังมีอีก 1 รุ่นคือ RAM 16GB + ROM 512GB สนนราคาอยู่ที่ 4,399 หยวน หรือประมาณ 22,000 บาท มีวางขายในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2565 ส่วนการวางขายแบบ Global ยังคงต้องติดตามกันต่อไป