Autonomous Driving อิสระของการเดินทางแบบไร้คนขับ

Autonomous-Driving คืออะไร

            Autonomous Driving คือเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาเพื่อข้ามข้อจำกัดของผู้ขับในพาหนะต่างๆไป เมื่อครั้งในอดีตนั้นเราอาจจะได้เห็นกันในเพียงแค่โลกภาพยนตร์ ที่จะมีรถไร้คนขับ สามารถพาเราไปถึงจุดหมายได้โดยไม่ต้องลงแรงขับเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่หมุนเปลี่ยนพัฒนาไวดั่งความไวแสงนั้น ทำให้บริษัทรถยนต์หลายๆเจ้า สามารถผลิตรถยนต์ ที่มีเทคโนโลยี AI ช่วยในการขับขี่ ออกมาให้เราได้เห็นกันแล้ว

Autonomous Driving ทำงานยังไง

เทคโนโลยี Autonomous Driving ของบริษัทรถยนต์แต่ละเจ้าอาจจะแตกต่างกันออกไป แต่ทุกบริษัทล้วนแล้วแต่มีพื้นฐานมาจากระบบ AI (Artificial Intelligence) ที่ช่วยคำนวณ ทั้งความเร็ว ระยะห่าง แล้ววัตถุต่างๆรอบตัว เป็นอย่างดี เนื่องจาก AI มีข้อได้เปรียบมากกว่าสมองมนุษย์ในการเรียนรู้ AI สามารถเรียนรู้ได้ตลอดไม่ต้องการพักผ่อน และเรียนรู้ได้ไว มันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่ระบบ AI ต่างๆจะสามารถเรียนรู้เส้นทาง พื้นผิวของถนน และสภาพอากาศ รอบๆตัวพาหนะได้

ปัจจุบันมี Autonomous Driving วางจำหน่ายแล้วหรือยัง

หากพูดถึงรถที่ไร้คนขับแล้วจะไม่พูดถึงรถจากบริษัท Tesla ไปไม่ได้เลยเนื่องจากเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยี Autonomous Driving ให้สามารถนำมาใช้ได้ในรถยนต์และวางขายได้จริง ยกตัวอย่าง Tesla model 3 ที่สามารถใช้ เทคโนโลยี Autonomous Driving ขับขี่รัฐ California สหรัฐอเมริกาได้อย่างไม่มีสะดุด ในเวลาเดียวกันก็ยังมีบริษัทอีกหลายบริษัทที่เตรียมใช้เทคโนโลยีนี้ อย่างเช่น Mercedes Benz เลยอาจพูดได้เลยว่าในอนาคตข้างหน้าเราอาจจะได้เห็นรถยนต์นอกจาก Tesla โลดแล่นอยู่บนถนนบ้านเราแบบ ไม่ต้องขับเลยก็ว่าได้

ข้อดีอื่นๆของเทคโนโลยี Autonomous Driving

การใช้ AI มาคอยคำนวณ เรื่องความเร็ว ระยะห่างให้กับรถยนต์นั้น จะทำให้ท้องถนนมีความปลอดภัยมากขึ้น ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน เพราะมันตอบสนองได้ไวต่อสภาพแวดล้อม ตัดปัญหาเรื่องการเมาแล้วขับ หลับในไปได้เลย ถ้ามองในอีกแง่ก็คือเทคโนโลยีนี้หากมีผู้ใช้มากกว่า 70% บนท้องถนนอาจจะทำให้การจราจรสัญจรไปในที่ต่างๆมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัญหารถติดอาจจะหมดไป และสามารถลดการใช้พลังงานสิ้นเปลืองโดยไม่จำเป็นได้อีกด้วย การสัญจรที่ไวขึ้นคล่องตัวขึ้น  การเดินทางที่ง่ายขึ้นอาจจะทำให้เรามีเวลามากขึ้นด้วย ลองจินตนาการถึงการนั่งรถในตัวเมือง โดยที่เราไม่ต้องทนรถติดหลายชั่วโมง ไม่ต้องคอยเมื่อยเพื่อขับไปที่ต่างๆ มันคงจะทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้นไม่น้อยเลยทีเดียว

จากทั้งหมดที่กล่าวมานั้นแสดงให้เห็นว่า เทคโนโลยี Autonomous Driving นั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นการใช้งานเท่านั้น การที่จะให้เทคโนโลยี Autonomous Driving นั้นประสบความสำเร็จอาจจะต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไปจนถึงวันที่ผู้ใช้หลายคนสามารถจับต้องได้ง่าย ในอนาคตเราอาจได้เห็น สกูตเตอร์ไร้คนขับ รถจักรยานไร้คนปั่นก็เป็นได้