ชวนส่องอาชีพไหนรอดไหนร่วง เมื่อ AI เข้ามาแทนที่

บทบาทของ-ai-ในแต่ละสายงาน

          ในปัจจุบันนั้นเริ่มมีหลายอาชีพที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ และหลายสาเหตุที่บ้างอาชีพนั้นต้องเปลี่ยนมาใช้ AI แทนหรือควบคู่ไปกับการทำงานกับมนุษย์ด้วยนั้น ก็เพราะว่าการได้งานที่รวดเร็ว ทั้งยังได้งานในปริมาณที่มากเนื่องจากทำกันทั้งวันทั้งคืน นั่นคือสิ่งที่มนุษย์อย่างเรานั้นทำไม่ได้  ประหยัดงบในการจ้างคนจากที่ต้องจ่ายเงินเดือนทุกๆ ก็ลดค่าใช้จ่ายลงได้อีก ซึ่งเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากสำหรับคนวัยทำงานในบ้างอาชีพเลยละค่ะ เราจึงขอยกตัวอย่างอาชีพไหนรอดไหนร่ว{“type”:”block”,”srcClientIds”:[“bedc5b0c-dcab-4d11-896f-69aef9932dc7″],”srcRootClientId”:””}งเมื่อ AI เข้ามาแทนที่ จะมีอาชีพไหนบ้างไปลุ้นกันเลยค่ะ 

สังเกตง่ายๆอาชีพไหนที่จะรอดในยุค AI

          David J. Deming จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ได้ศึกษาอัตราการจ้างงานในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 1980 – 2012 โดยทำการแบ่งแยกทักษะสำคัญต่อการทำงานเป็น 2 ประเภทคือ STEM (Science , Technology , Engineering , Mathematics) และทักษะสังคม แล้วนำมาจัดกลุ่มอาชีพเป็น 4 กลุ่ม 

  1. อาชีพที่ใช้ทักษะทั้ง 2 อย่าง ทั้ง STEM และ ทางทักษะทางสังคม 
  2. อาชีพที่ที่ใช้ทักษะ STEM ไม่มากแต่ใช้ทักษะทางสังคมสูง 
  3. อาชีพที่ใช้ทักษะ STEM แต่ไม่ใช่ทักษะสังคมมาก 
  4. อาชีพที่ไม่ต้องใช้ทักษะทางสังคมและความรู้ STEM เลย 

ซึ่งการศึกษาในครั้งนี้ทำสรุปได้ว่า อาชีพที่จะอยู่รอดโดยไม่มี AI เข้ามาแทนที่ได้นั้น ต้องเป็นอาชีพต้องทำงานกับคนอยู่ตลอดเวลา ใช้ทักษะในการเข้าสังคม เจรจาพูดคุย ต่อรอง การทำงานเป็นทีมและยิ่งควบคู่ไปกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์ด้วยนั้น ก็จะเป็นได้ยากที่ AI จะเข้ามาแทนที่ค่ะ 

ดีไซน์เนอร์

          เพราะเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และสร้างผลงานให้แปลกใหม่อยู่ตลอดเวลา จึงกลายเป็นอาชีพที่มีโอกาสน้อยมากไม่ถึง 10% ที่เจ้า AI จะเข้ามาทำงานแทนเหล่าบรรดาดีไซน์เนอร์ได้เลยค่ะ

วงการแพทย์

          ต้องบอกก่อนเลยเป็นอาชีพที่ AI จะเข้ามาแทรกซึมได้อย่างมากๆพอๆกับอาชีพดีไซน์เนอร์เลยค่ะ เพราะปัจจัยหลักๆในการรักษาผู้ป่วย ก็มีอีกปัจจัยหนึ่งคือต้องดูแลและพูดคุยกับผู้ป่วยอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ AI ยังไม่สามารถทำได้ค่ะ ถึงแม้ในวงการแพทย์จะมีเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยในการวินิฉัยโรคหรือเข้ามาช่วยในการรักษาโรคด้วยนั้น แต่ในอนาคตนั้น AI ก็ยังไม่สามารถเข้าแทนที่ทำงานได้อย่างเต็มรูปในวงการแพทย์ได้นั่นเองค่ะ เพราะเป็นอาชีพที่ยังคงต้องใช้ทักษะในทางสังคม การเจรจา หรือทำงานเป็นทีม สูงเหมือนกันค่ะ 

วงการเภสัชกร

          เป็นอาชีพที่อาจะพูดได้ว่าก็มีความเสี่ยงที่จะมี AI เข้ามาแทนได้เหมือนกันค่ะ เอาเป็นอยู่ในระดับปานกลาง เพราะยังคงเป็นอาชีพที่ต้องมีการพูดคุยและเจรจา หรือใช้ทักษะทางสังคมอยู่เหมือนกันค่ะ เป็นอาชีพที่ยังคงรอกในยุคของ AI อยู่นะคะ 

วงการการเงิน 

          เป็นอาชีพที่สุดแสนจะเสี่ยงเลยค่ะที่ AI จะเข้ามาทำงานแทนที่แบบจริงๆจังๆ เป็นอาชีพที่ถูกคาดการณ์เอาไว้ว่าในปี 2024 จะมีการลดจำนวนบุคลากรถึง 8 % เลย เพราะอาชีพนี้สามารถทำงานได้ด้วยรูปแบบโปรแกรมที่สำเร็จรูป ทำให้เข้าทางเจ้าของกิจการหรือเจ้าหน้าที่บัญชีที่ไม่ต้องจ้างคนเข้ามาแต่ใช้ AI เนี้ยแหละค่ะในการคิดคำนวน เนื่องจากทั้งสะดวกและมีโอการผิดพลาดน้อยมาก

พนักงานขาย 

          มีโอกาสถูกแทนที่ถึง 92% กันเลยทีเดียว เพราะระบบการโต้ตอบในการตอบคำถามลูกค้านั้นสามารถที่จะตั้งได้ให้พูดตามสคริปต์ทั่วๆไป หรือการค้าขายตามร้านในห้างสรรพสินค้า ที่ลูกค้าส่วนมากไม่ได้ต้องการคำแนะนำตลอดเวลาหรือคอยเดิมตามขณะซื้อของ บริษัทหลายๆที่นั้นจึงเริ่มให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและอำนวยความสะดวกแก่ลูกค้ามากขึ้น โดนลูกค้าสามารถจ่ายเงินได้ด้วยตัวเองหรือเมื่ือลูกค้าสงสัยในตัวสินค้าก็สามารถได้คำตอบจาก AI แบบรวดเร็วทันใจอีก ทำให้อาชีพหนักงานขายเป็นอาชีพที่เสี่ยงต่อการถูก AI มาแทนที่มากเลยค่ะ 

         แต่ละอาชีพก็มีทักษะที่แตกต่างกันออกไป แต่บ้างทักษะนั้นก็มีความเสี่ยงต่อการเข้ามาของ AI แบบสุดๆ ซึ่งโดยสรุปในแต่ละอาชีพที่เสี่ยงนั้นก็คือกลุ่มอาชีพที่ไม่ได้มีทักษะทางวิทยาศาสตร์-คณิตศาสตร์ระดับสูงและทักษะทางสังคมนั่นเองค่ะ