โมเดลธุรกิจแบบ Xiaomi อะไรทำให้เติบโตได้ไว

โมเดลธุรกิจแบบ Xiaomi

            เมื่อพูดถึง Xiaomi คงไม่มีใครไม่รู้จักกับชื่อบริษัทนี้ และอย่างน้อยในช่วง 2-3 ปีให้หลังมานี้ก็ต้องมรผลิตภัณฑ์ของ Xiaomi ผ่านหูผ่านตาเรากันมาบ้าง เพราะเป็นบริษัทที่ผลิตตั้งแต่ สากกระเบือยันเรือรบ เครื่องกรองน้ำ เครื่องฟอกอากาศ ตู้ปลา สมาร์ทโฟน โคมไฟ สมาร์วอช และอื่นๆอีกมากมาย แต่ทุกๆผลิตภัณฑ์ของ Xiaomi นั้นกลับมีดีไซน์ ที่ดูทันสมัย ใช้งานง่าย และราคาพอจับต้องได้ทั้งนั้น อะไรทำให้ Xiaomi สามารถพัฒนาตนเองได้ขนาดนี้มาดูกัน

            Xiaomi เป็นยริษัทที่ก่อตั้งมาครบรอบ 10 ปีเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมาโดยเมื่อครั้งแรกที่พวกเขาได้ก่อตั้งบริษัท Xiaomi เป็นเพียงแค่บริษัทที่พัฒนารอมบน Android ที่มีชื่อว่า MIUI และก็ใช้งานแพร่หลายกับสมาร์ทโฟนในหลายๆรุ่นในช่วงเวลานั้น ด้วยลักษณะที่เรียบง่าย ดูใช้งานง่ายกว่ารอมทั่วๆไปในช่วงเวลานั้น หลังจากนั้นไม่นาน Xiaomi ก็เริ่มพัฒนาสมาร์ทโฟนออกมาเป็นของตัวเอง และนี่ก็คือจุดเปลี่ยนของ Xiaomi กับคติประจำใจบริษัทอย่าง “เทคโนโลยีระดับเรือธง ไม่จำเป็นต้องราคาแพง” ทำให้ชื่อเสียงของ Xiaomi ค่อยๆโด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆจากการผลิตสมาร์ทโฟนแบบสเปคจัดหนักจัดเต็มแต่ราคาไม่แพงจับต้องได้

            หลังจากที่ Xiaomi เบนเข็มธุรกิจตัวเองจากการพัฒนาซอฟต์แวร์ขายมาเป็น การพัฒนาฮาร์ดแวร์ควบคู่ไปด้วยเพื่อทำรายได้จึงเกิดโมเดลธุรกิจแบบนี้ขึ้นมา เพราะสินค้าของ Xiaomi ก็ไม่ได้เกิดจากการผลิตของ Xiaomi ไปเสียทุกตัว เหมือนกับการที่ Xiaomi เองได้ยืมเครื่องไม้เครื่องมือหรือยืมกำลังบริษัทอื่นๆผลิตให้ แต่ทำข้อตกลงขายภายใต้ชื่อ แบรนด์ Xiaomi แบบพาร์ทเนอร์ จึงทำให้เราเห็นผลิตภัณฑ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็นดีไซน์แบบเรียบง่ายใช้งานง่ายและดูทันสมัย โดยที่ Xiaomi จะกำหนดมาตรฐานการผลิตไว้ ทั้งทางด้านดีไซน์ และคุณภาพ

            เมื่อหลังจากนั้นที่ Xiaomi ได้รับกำไรจากการขายทั้งผลิตภัณฑ์ของตนเองและ ผลิตภัณฑ์ที่ผู้อื่นผลิตให้ในนามของตน ทางXiaomi ก็เข้าไปถือหุ้นในบริษัทเทคโนโลยีต่างๆอย่าง Huami บริษัทสมาร์ทวอช หรือ Roborock บริษัทหุ่นยนต์ทำความสะอาด จะเห็นได้ว่า Xiaomi นั้นมีพาร์ทเนอร์ธุรกิจอยู่มากมายและสัดส่วนการลงทุนต่างๆ นั้นจะเป็นไปทางเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทอื่นๆมากกว่า ผลิตเองหรือรับจ้างผลิต ซึ่งข้อดีของธุรกิจแบบนี้คือ มันสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้าระหว่างกันได้ตลอดเวลา เช่นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในครัวเรือนอย่างโคมไฟ หุ่นยนต์ทำความสะอาดข้อมูลในด้านการวิจัยการตลาดก็ไม่จำเป็นต้องลงแรงเองถึง 100% ทำให้ Xiaomi ประหยัดค่า R&D รายปีไปได้อีกหลายเท่าตัว เรื่องที่น่าทึ่งคือปัจจุบัน Xiaomi เป็นเจ้าของร่วมกับบริษัทสตาร?อัพและบริษัทเทคโนโลยีต่างๆมากกว่า 100 บริษัทเข้าไปแล้ว

            โดยสรุปแล้วนอกจากความแข็งแรงขของบริษัทที่เป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่แล้ว การแตกกิ่งก้านสาขา และรากฝอยไปยังบริษัทเล็กๆก็จะยิ่งช่วยหล่อเลี้ยงให้บริษัทนั้นแข็งแรงขึ้นไปอีก ก็ดังเช่นเดียวกับกลยุทธ์ที่ Xiaomi ทำนั่นเอง