การเลือกใช้รูรับแสงให้เหมาะสมกับภาพแต่ละแบบ

รูรับแสง

          ก่อนอื่นเรามารู้จักกับรูรับแสงกันก่อน รูรับแสงหรือค่า f คือการควบคุมปริมาณแสงที่จะเข้าไปที่กล้องของการถ่ายภาพในแต่ละครั้ง ยิ่งรูรับแสงกว้าง แสงก็จะผ่านได้ดี ภาพของเรานั้นก็จะมีความสว่างขึ้น ถ้ารูรับแสงแคบแสงจะน้อย ทำให้ภาพของเรานั้นไม่สว่างหรือว่าภาพมืดนั่นเอง

นอกจากนี่รูรับแสงยังมีผลต่อระยะชัดลึกของภาพอีกด้วย รูรับแสงกว้างระยะชัดลึกจะน้อย ส่วนรูรับแสงแคบระยะชัดลึกมาก นั่นก็คือถ้าชัดตั้งแต่ด้านหน้าเฟรมไปจนถึงด้านหลังนั้นเรียกว่า ภาพชัดลึก ส่วนภาพที่อยู่นอกระยะโฟกัส ด้านหลังจะเบลอๆจะเรียกว่า ภาพชัดตื้น แล้วเราจะเลือกใช้รูรับแสงกับภาพประเภทไหนบ้างไปดูกันเลยค่ะ

การเลือกใช้รูรับแสงกับภาพแต่ละแบบ

1.การถ่ายทิวทัศน์หรือภาพ Landscape กับความละเอียดคมชัดที่มากขึ้น

          การถ่ายภาพทิวทัศน์หรือภาพ Landscape นั้น เราต้องภาพออกได้อย่างละเอียด ต้องมีความคมชัดเท่ากันหมดในภาพ  การใช้รูรับแสงที่กว้างจะไม่ได้ภาพที่คมชัดทั้งภาพ ช่างภาพระับมือโปรจึงแนะนำให้ใช้ f/11 ในการถ่ายเพราะจะทำให้ภาพของคุณมีความละเอียดคมชัดทั้งภาพอย่างแน่นอน โดยเฉพาะค่านี้เหมาะแก่การถ่ายภาพวิวทัศน์ที่ไกลออกไปอีกด้วย แต่ถ้าอยู่ในแสงน้อยๆนั้น ควรตั้งค่ารูรับแสงให้แคบลง และเพิ่มความไวแสง (ISO)  เพื่อให้การลั่นชัตเตอร์นั้นมีความเร็วเพิ่มขึ้น สำหรับค่านี้ไม่ได้ถ่ายแค่ทิศน์ย่างเดียวยังถ่ายกับภาพแนวอื่นได้อีกด้วย ลองนำไปปรับใช้กันได้นะคะ

2.การถ่ายภาพใบหน้า

          ในการถ่ายภาพแนวนี้จะต้องระมัดระวังในเลือกของการเปิดรูรับแสงไม่ให้กว้างจนเกินไป ยิ่งในการถ่ายมุมเฉียงดวงตาของเราไม่ได้อยู่ในระนาบเดียวกัน ถ้าเราใช้ค่า f/14 ในถ่ายจะให้ภาพความของเรามีความละเอียดคมชัดน้อยมาก ชัดแค่บ้างส่วน เช่น ดวงตาชัดข้างหนึ่งอีกข้างไม่ชัด ทำให้ถ่ายทอดความรู้สึกของภาพไม่ได้ และค่าที่เหมาะสมในถ่ายภาพบุคคลระยะใกล้หรือการถ่ายบุคคลแบบโคลสอัพนั้นควรใช้ค่า f/2.8 เพราะจะได้ระยะชัดที่ครอบคลุม ความละเอียดชัดมากขึ้น ทำให้ดวงตาทั้ง 2 ข้าง ปาก จมูก มีความคมชัดและยังถ่ายทอดความคมชัดของตัวเลนส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่าการเปิดรูรับแสงที่กว้างเกินไปอีกด้วย

3.การถ่ายภาพบุคคลนอกสถานที่

          การถ่ายภาพบุคคลนอกสถานที่หรือการถ่ายภาพพอรต์เทรตนอกสถานที่นั้น เราจำเป็นต้องเก็บความละเอียดให้ครบไม่ใช้แค่นอกจากจจะเก็บภาพสีหน้า ท่าทาง เสื้อผ้าของตัวแบบแล้วนั้น เรายังจำเป็นต้องเก็บภาพบรรยากาศรอบๆ อีกด้วย จึงแนะนำว่าควรใช้ f/4  ค่านี้จะสามารถให้ระยะชัดกำลังดี เมื่อเราถ่ายภาพออกมานั้นตัวแบบจะดูโดดเด่นจากฉากหลังขึ้นมาโดยที่ฉากหลังนั้นจะไม่มีความเบลอจนเกินไป ทำให้ภาพของเราดูออกมาสวยและครบรสเลยทีเดียว

การถ่ายภาพด้วยค่า f/4 และ f/8 ต่างกันยังไง

          การถ่ายภาพด้วยค่า f/4 นั้น ฉากหลังจะเบลอเล็กน้อยแต่ไม่ได้เบลอจนหายไป เราจึงสามารถถ่ายภาพที่ตัวแบบมีความละเอียดคมชัดและยังถ่ายทอดสีหน้าท่าทางออกมาได้ดี โดยที่ตัวฉากหลังนั้นยังคงมีความคมชัดอยู่นั้นเอง ส่วนค่า f/8 นั้น เมื่อถ่ายออกมาตัวฉากหลังจะชัดเจนจนเกินไป ทำให้ดูโดดเด่นกว่าตัวแบบส่งผลให้ตัวแบบนั้นไม่สามารถถ่ายทอดลักษณะท่าทางได้ เพราะฉากหลังแย่งซีนนั่นเอง

ค่ารูรับแสงแต่ละค่านั้นให้ความละเอียดคมชัด ระยะชัดลึกที่ไม่เท่ากัน ดังนั้นเราควรเลือกใช้ดีๆว่า ค่ารูรับแสงที่แนะนำมานั้นเหมาะกับภาพประเภทไหนและสามารถนำไปปรับใช้กับภาพประเภทไหนได้บ้าง ก็อยู่ที่การทดลองนำไปใช้ ความต้องการที่ผู้ถ่ายภาพนั้นต้องการให้ภาพออกมาเป็นอย่างไรนั้นเองค่ะ